ดูหนัง ที่สร้างมาจากเรื่องเล่า ตำนานที่ถูกนำขึ้นจอ

มี ดูหนัง หลายเรื่องที่มักจะได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในเขตพื้นที่นั้น ๆ หรือมาจากตำนานเรื่องเล่าของแต่ละประเทศ ซึ่งความสยองขวัญก็จะโหด น่ากลัวแตกต่างกันไป  บทความนี้ขอนำเอาตำนานเรื่องเล่าสุดสยอง ที่ต่างประเทศชอบนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ มาฝากเพื่อนๆ ลองไปดูกันว่าในจำนวนตำนานเหล่านี้ มีเรื่องไหนที่เพื่อน ๆ เคยดูกันมาบ้าง

Buried Alive

มีเรื่องเล่ากันว่ามีหญิงชายคู่หนึ่งแต่งงานกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจนแก่เฒ่า กระทั้งวันหนึ่งภรรยาของเขาได้จากไป เขาจัดพิธีศพตามหลักศาสนาคริสต์ คือนำศพของเธอมาฝังในโลงศพอย่างดี มาฝังในสุสานเพื่อให้เธอได้พักผ่อนอย่างถาวร เรื่องควรจบแต่เพียงเท่านี้ แต่ก็ไม่ เมื่อดึกคืนหนึ่งในขณะที่ฝ่ายชายนอนหลับ เขาได้ฝันน่ากลัวเข้า เมื่อเขาเห็นภรรยาที่อยู่ในโลงศพลืมตาดื่นขึ้น เธอพยายามตะเกียดตะกายเพื่อออกจากโลงที่ถูกฝังในดิน ความมืด ความแคบ อากาศน้อยลงทุกที ทำให้เธอกลายเป็นบ้า เธอร้องชื่อเขาเพื่อขอให้มาช่วยเหลือเธอ ฝ่ายชายฝันร้ายแบบนี้ทุกค่ำคืนจนกระทั้งทนไม่ไหว เขาเลยร้องขอให้แพทย์และหน่วยงานท้องถิ่นนำโลงศพของภรรยาของเขาออกมา และเมื่อทั้งหมดเปิดฝาโลงก็ตะลึงเมื่อศพภรรยาของเขาไม่ได้เน่าเบื่อ ซ้ำที่เบิกตาโพลง ทำหน้าตาหวาดกลัว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ที่เล็บมีเลือดเกรอะกรัง และที่ฝาโลงด้านในมีรอยขีดข่วนชัดเจน มันเป็นจริงซะอย่างนั้น เรื่องของศพที่คิดว่าตายแล้วนำมาฝังตามพิธีกรรมทางศาสนา หากแต่ต่อมากลับพบว่าผู้ตายนั้นไม่ได้ตายจริง และกลับมาคืนชีพในโลงศพและพยายามตะเกียดตะกายเอาชีวิตรอด เรื่องราวเหล่านี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สยองขวัญมากมาย แต่ที่น่าแปลกคือเรื่องเหล่านี้กลายเป็นจริงอีกทั้งยังมีมากกว่าหนึ่งกรณี อาจเพราะสมัยก่อนนั้นการตรวจสอบผู้ตายนั้น ตายจริงหรือไม่นั้นไม่ค่อยทันสมัย ทำให้มีการฝังในโลงศพทั้ง ๆ ที่ผู้ตายคนนั้น แค่ตายชั่วขณะ 

ดูหนังออนไลน์

ปี 1851 เวอรจิเนีย เเมคโดเนล อาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเธอในนิวยอร์กซิตี้และป่วยตาย เธอถูกนำไปฝังในสุสานกรีนวู๊ด บรู๊คลิน นิวยอร์ค อเมริกา หลังจากพิธีฝังศพผ่านไป แม่ของเธอกลับบอกคนอื่นว่าเธอเชื่อว่าลูกของเธอไม่ตาย เธอพูด ดูหนังออนไลน์ แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนครอบครัวของเธอทนไม่ไหว เลยต้องขุดโลงศพเปิดฝาโลงให้แม่ของเธอหายข้อข้องใจ แต่ปรากฏว่าพวกเขาพบว่าศพของเวอจิเนียนั้นยังไม่เน่า เธอคืนชีพในโลงและพยายามตะเกียดตะกาย ที่มือของเธอนั้นสภาพเละอย่างไม่มีชิ้นดี แสดงให้เห็นว่าเธอพยายามทำลายโลง แต่ล้มเหลวและขาดใจตายไปเสียก่อน หลังจากนั้นป่าช้าแห่งนี้ได้ถูกย้ายไปที่แห่งใหม่ หลายโลงถูกนำมาตรวจสอบก็พบว่ามีศพหลายศพที่ถูกฝังทั้งเป็นจำนวนมาก

The Living Severed Head

เป็นความเชื่อของคนหลายคนทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะแค่อเมริกา โดยเชื่อว่าเมื่อคนโดนตัดหัวหลุดจากบ่า แต่หัวนั้นมันยังจะมีชีวิตอยู่ระยะหนึ่ง และมันเหลือบมองหน้าคนตัดอย่างอาฆาต และเรื่องมันก็เกิดขึ้นจริง เรื่องเหล่านี้เริ่มขึ้นในช่วงที่กิโยตินหรือเครื่องตัดหัวเป็นที่นิยมใช้ประหารนักโทษ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นการประหารที่ทำให้ผู้ถูกประหายตายอย่างรวดเร็ว หมดจด สมองไม่เสียหาย เวลาประหารแต่ละทีจะทำท่ามกลางประชาชนที่มามุงดูอย่างแน่นขนัด และนั่นเองทำให้พวกเขามีโอกาสเห็นหัวยังมีชีวิต หนึ่งในนั้นคือสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส วันที่ 17 กรกฎาคม 1793 สาวนาม ชาร์ล็อตต์ คอร์เดย์ ( Charlotte Corday ) สาวบ้านนอกที่ทำการฆาตกรรม พอล มารัต ( Jean-Paul Marat ) เธอถูกประหารด้วยกิโยติน หลังจากคมมีดตัดเอาศีรษะเธอกระเด็นออก ผู้ช่วยประหารคนหนึ่งหยิบหัวเธอมาแล้วตบแก้ม พยานโดยรอบยืนยันว่าดวงตาของเธอกลอกมามองเขาพร้อมกับสีหน้าไม่พอใจ หลังจากนั้นผู้คนที่จะถูกประหารด้วยกิโยตินก็จะถูกขอให้กระพริบตา ผลคือมีนักโทษหลายคนแสดงให้เห็นว่าแม้ถูกตัดหัวตนก็ยังมีชีวิตอยู่

ใน 1905 จากหลักฐานต่าง ๆ สามารถสรุปได้ว่าแม้ถูกตัดหัวแล้ว สมองของคุณยังคงสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้หลายวินาทีก่อนที่จะตาย โดยหนึ่งในนั้นมาจากงานทดลองของดอกเตอร์ โบเรียคซ์ ผู้ซึ่งทำการทดลองจากฆาตกรฝรั่งเศสชื่อ แลงกุยล์เลอ หลังจากเขาถูกแท่นตัดคอนักโทษด้วยเครื่องประหารด้วยกิโยติน ดวงตาและปากยังคงขยับดำเนินต่อไปนานถึงห้าถึงหกวินาที และต่อมาเมื่อโบเรียคซ์ตะโกนเรียกชื่อนักโทษ ก็พบเรื่องน่าขนลุกเมื่อ ดวงตาของแลงกุยล์เลอเปิดออกอีกครั้งและจ้องมองเขา ทำให้เกิดความเชื่อว่าเมื่อคนหัวขาดอาจสามารถคลองสติได้ 15 วินาที แพทย์สมัยใหม่เชื่อว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากการ reflex ของกล้ามเนื้อ คือกล้ามเนื้อกระตุกจากการสูญเสียเลือด หรือการควบคุม ทำให้ตากระพริบหรือกลอก ไม่ใช่สติรู้ตัว แม้สมัยนี้กิโยตินถูกยกเลิกแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เมื่อมีเหตุการณ์อุบัติเหตุเกิดขึ้น เช่นในเดือนมิถุนายนปี 1989 เมื่อคนสองคนนั่งแท็กซี่แล้วประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุก มีหนึ่งคนถูกตัดศีรษะออก ส่วนอีกคนที่รอดได้พบเหตุการณ์น่าสยอง เธอได้เล่าเรื่องนี้หลังรอดชีวิตว่า หัวนั้นหงายหน้ามองฉัน ฉันยังสังเกตว่า ปากของเขาพยายามพูดสื่อสารอะไรบางอย่างกับฉันอยู่ แม้ตอนนั้นฉันกำลังสับสน หวาดกลัวและเศร้าโศก แต่ฉันไม่พูดเกินความจริง เขายังกะพริบตาและจ้องกับฉัน ก่อนที่หัวนั้นจะหลับตาลงและไม่ตื่นอีกเลย

The Clown Statue / The Clown Doll

ชาวอเมริกันบางคนกลัวตัวตลก จากการวิเคราะห์ของนักจิตวิทยาพบว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบตัวตลก ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ภาพยนตร์หลายเรื่องมักใช้ตัวตลกมาทำเป็นสัตว์ประหลาดทำร้ายคน นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าที่น่าขนหัวลุกเกี่ยวกับตัวมันอีกด้วย โดยเรื่องเริ่มขึ้นว่าในระหว่างที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ในกลางคืนดึกวันหนึ่ง ระหว่างที่พ่อแม่ ดูหนังฟรี ทีวีในห้องอยู่นั้น ก็มีเด็กซึ่งเป็นลูกของพวกเขามายังในห้อง พ่อแม่ถามเด็กว่าทำไมไม่ไปนอน ตื่นขึ้นมาหาพวกเขาทำไม เด็กคนนั้นตอบว่าช่วยจัดการกับรูปปั้นตัวตลกในห้องให้ที มันจ้องหน้าเขาเวลานอน จนเขานอนไม่หลับ เมื่อพ่อแม่ได้ยินเด็กพูดดังกล่าวก็อึ้ง เพราะว่าบ้านพวกเขาไม่ได้มีรูปปั้นตัวตลกในห้องนอนสักหน่อย และเขาก็ไม่เคยซื้อรูปปั้นดังกล่าวมาด้วย และรูปปั้นตัวตลกในห้องนั้นนั่นคืออะไร ด้วยความกลัว พวกเขาก็โทรเรียกตำรวจทันทีและผลปรากฏว่าไม่พบรูปปั้นตัวตลกในห้องนอนของพวกเขา แต่พบว่ามีร่องรอยบุกรุกจากภายนอก สันนิษฐานว่าคนจรจัดไม่ก็คนบ้าได้ปลอมเป็นตัวตลกแอบบุกรุกในบ้าน หรือไม่ก็คนบ้าหลบหนีจากคุกเพื่อฆ่าเด็ก

ในปี 1990 ที่ West Palm Beach ฟลอริด้า หญิงสาวคนหนึ่งชื่อเชียลา อายุ 27 ปีถูกยิงตายโดยผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่าคนฆ่าอยู่ใกล้ศพของเธอนั้นแต่งตัวเป็นตัวตลกใส่วิกผมสีส้มทอง และคดีนี้ไม่สามารถไขได้ จนกลายเป็นคดีปริศนาในเวลาต่อมา แต่ฆาตกรตัวตลกนี้เทียบไม่ได้กลับฆาตกรต่อเนื่องนาม จอห์น เวยน์ เกซี ที่ทำการฆาตกรรมฆ่าข่มขืนเด็กหนุ่ม 33 ชีวิตในระหว่างปี 1970-1978 ในเมืองชิคาโก้ รัฐอิลินอยส์ เขาถูกตั้งฉายาว่า ฆาตกรตัวตลก เนื่องจากเขาชอบ แต่งตัวเป็นตัวตลกไปเยี่ยมเด็ก ๆ ในโรงพยาบาลหรืองานกุศล สุดท้ายเขาก็ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด

จบไปแล้วกับการรีวิวหนังที่สร้างมาจากเรื่องเล่า ตำนานที่ถูกนำขึ้นจอ อย่าลืมติดตามการรีวิวหนังและดูหนังระทึกขวัญ Thriller ใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai”